หน้าเว็บ

วันพุธที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2557

โปรแกรมยืดกล้ามเนื้อทั้ง 10 ส่วน

สำหรับใครที่ตั้งใจเตรียมโปรแกรมจะออกกำลังกายอย่างหนักไว้ ก่อนเริ่มอย่าลืม check list โปรแกรมยืดกล้ามเนื้อทั้ง 10 ส่วนที่นำมาฝากนะครับ (Photo Credit: http://bit.ly/1cbEQnW) จาก Men'sHealth Thailand

คนไทยกินผักผลไม้ไม่เพียงพอ


หอยนางรม


หอยนางรมเพิ่มพลัง... เพราะกรดอะมิโนอย่าง D-Asp และ NMDA จะช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนทางเพศได้ไม่ยากครับ (Photo Credit: http://bit.ly/17mSqUOจาก Men'sHealth Thailand

วันอังคารที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2557

วิจัยพบนักศึกษาไทยนิยมเสพ ‘เว็บโป๊’ ผ่านสมาร์ทโฟน

วิจัยพบนักศึกษาไทยนิยมเสพ ‘เว็บโป๊’ ผ่านสมาร์ทโฟน

วิจัยพบนักศึกษาไทยนิยมเสพเว็บโป๊บนสมาร์ทโฟน ผ่านโซเชียลมีเดีย อย่าง ยูทูป เฟซบุ๊ก ฯลฯ พบกลุ่มตัวอย่างบางส่วนเคยประกาศหาคู่ทางอินเทอร์เน็ต ...
          เมื่อวันที่ 11ก.ค. ที่โรงแรมบางกอกชฎา กรุงเทพฯ มีการประชุมวิชาการทางวัฒนธรรมระดับนานาชาติ จัดโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้มีการเปิดเผยข้อมูลงานวิจัยทางวัฒนธรรมจำนวน 12เรื่องที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก สวธ. โดยหนึ่งในจำนวนนั้น มีผลงานวิจัย ของ ผศ.ดร.ศิริพร เสริตานนท์ อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น เรื่องผลของการเปิดรับสื่ออนาจารต่อพฤติกรรมทางเพศของนักศึกษามหาวิทยาลัย และแนวทางแก้ไขป้องกันปัญหาการเปิดรับสื่ออนาจาร ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมประชุมเป็นอย่างมาก
          ผศ.ดร.ศิริพร เปิดเผยว่า ตนเห็นว่า ปัญหาเรื่องเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่น มีแนวโน้มเฉลี่ยอายุลดลงเรื่อยๆ ซึ่งเห็นได้จากข่าวสารทุกวันนี้ มีเด็กทำแท้งมากขึ้นและเฉลี่ยอายุลดลง โดยสาเหตุหนึ่งของการมีเพศสัมพันธ์ก็มาจากการรับสื่ออนาจารต่าง จึงได้ทำการวิจัยในหัวข้อดังกล่าว ตั้งเดือนมกราคม-มีนาคม 2555จากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตั้งแต่ระดับชั้นปีที่ 1-4มีเกรดเฉลี่ยตั้งแต่ 2.51-3.00จำนวน 600คน แบ่งเป็นชาย 298คน หญิง 302คน พบว่า นักศึกษาเปิดรับสื่ออนาจารบนสมาร์ทโฟนผ่านระบบอินเทอร์เน็ตในโซเชียลมีเดีย อาทิ ยูทูป เฟซบุ๊ก มากถึงร้อยละ 80โดยกลุ่มตัวอย่างระบุว่า จะรู้จักเว็บไซต์อนาจาร 1-3เว็บ โดยจะเน้นดูที่หอพัก และบ้านเพื่อน
          ผศ.ดร.ศิริพร กล่าวอีกว่า สำหรับช่วงอายุในการเปิดรับสื่ออนาจาร พบว่า นักศึกษาชายเริ่มรู้จักและสัมผัสสื่อเมื่อช่วงอายุ 10-13ปี ส่วนนักศึกษาหญิงช่วงอายุ 14-16ปี ที่สำคัญกลุ่มตัวอย่างบางส่วนยังระบุว่า เคยประกาศหาคู่ทางอินเทอร์เน็ต ขณะที่ วัตถุประสงค์ของการรับสื่ออนาจาร 3อันดับแรก ได้แก่ 1.เพื่อความบันเทิง 2.เพื่อผ่อนคลายความเครียด และ 3.เพื่อสนองความอยากรู้อยากเห็น โดยเฉพาะศึกษาความรู้เรื่องเพศ ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาตามกลุ่มสาขาวิชา พบว่า กลุ่มนักศึกษาวิชามนุษยศาสตร์/สังคมศาสตร์ เปิดรับสื่ออนาจารเพื่อความบันเทิง อยากรู้อยากเห็น ส่วนกลุ่มนักศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์ แพทย์ เน้นบันเทิง หาความรู้เรื่องเพศ เป็นต้น
          “ผลการประมวลสัดส่วนการเกิดพฤติกรรมทางเพศของนักศึกษากลุ่มตัวอย่างที่เคยเปิดรับสื่ออนาจารในช่วง 1ปีที่ผ่านมา พบว่า นักศึกษามีพฤติกรรมการเปิดรับสื่ออนาจารสูงสุด แต่ปฏิเสธการรับสื่ออนาจารเมื่อเพื่อนชักชวน รองลงมา คือ พฤติกรรมชอบเที่ยวกลางคืนกับเพื่อนต่างเพศ พฤติกรรมหมกมุ่นทางเพศและเคยซื้อบริการทางเพศ ที่สำคัญยังพบว่า กลุ่มตัวอย่าง เคยมีพฤติกรรมเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกัน ชายกับชาย ร้อยละ 55และหญิงกับหญิง ร้อยละ 66นอกจากนี้ ยังพบพฤติกรรมทางเพศที่น่าสนใจที่เกี่ยวเนื่องกับการรับสื่ออนาจาร 3ลำดับ ได้แก่ 1.เคยขายบริการทางเพศ 2.มั่นใจในความเป็นชายจริงหญิงแท้ และ 3.ควบคุมอารมณ์และการแสดงออกทางเพศได้ดีอีกด้วย ที่น่าสนใจอีกประการหนึ่ง กลุ่มเรียนดี ระดับหัวกะทิ อาทิ นักศึกษาคณะแพทย์ และวิทยาศาสตร์ เป็นกลุ่มบริโภคสื่ออนาจารนี้เช่นกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า สื่ออนาจารมีผลต่อนักศึกษาทุกกลุ่ม” ผศ.ดร.ศิริพร กล่าว
          ผศ.ดร.ศิริพร กล่าวต่อไปว่า สำหรับแนวทางการป้องกันนั้น กลุ่มอาจารย์เห็นว่า รัฐบาลต้องปรับปรุงกฎหมายและบทลงโทษการประกอบธุรกิจสื่ออนาจารบนอินเทอร์เน็ต รวมทั้งสถาบันการศึกษาควรมีการสอดแทรกเนื้อหาการเรียนที่สอนให้นักศึกษารู้จักเลือกรับสื่อที่เหมาะสมในรายวิชาต่างๆ กลุ่มผู้ปกครอง เห็นว่า ควรจะมีการพัฒนาความรู้ของผู้ปกครองให้ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเข้าถึงชุมชนออนไลน์ได้ เพื่อสามารถตรวจสอบติดตามการใช้อินเทอร์เน็ตของบุตรหลานได้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ปกครองสามารถให้คำแนะนำที่ถูกต้องและโดนใจบุตรหลาน รวมทั้งสามารถพูดคุยถึงผลกระทบการใช้สื่ออนาจารกับบุตรหลานอย่างเปิดเผย ส่วนกลุ่มนักศึกษาผู้ที่เข้าถึงสื่ออนาจารโดยตรง เสนอแนวคิดไว้ว่า สื่อลามกอนาจารมีผลกระทบต่อจิตใจ ร่างกาย การป้องกันที่ได้ผลที่สุด คือ การฝึกควบคุมจิตใจตนเอง รู้จักใช้เหตุผลในการเลือกรับสื่อ รู้เท่าทันสื่อ แต่คงเป็นเรื่องยากที่จะควบคุมเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต และทำให้หายไปได้ ดังนั้น ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคลในการเลือกบริโภคสื่ออย่างชาญฉลาด โดยใช้สติ รู้คิด วิเคราะห์ และพอเหมาะพอดี

ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

วัยรุ่น 1 ใน 3 ไม่ใช้ถุงยาง

วัยรุ่น 1 ใน 3 ไม่ใช้ถุงยาง

กรมอนามัยพบ วัยรุ่นมีเพศสัมพันธืก่อนวัยอันควร และมีแนวโน้มอายุลดลงเรื่อยๆ และผลสำรวจวัยรุ่น 1ใน 3ไม่ใช้ถุงยางอนามัย รวมทั้งใช้วิธีการป้องกันคุมกำเนิดที่ไม่มีประสิทธิภาพ
          ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ปัจจุบันวัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์เร็วขึ้น ซึ่งพบว่าอายุเมื่อมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ อายุเฉลี่ย 15-16ปี ปัจจัยที่มีผลต่อการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นพบว่าส่วนใหญ่ขาดความรู้ มีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการร่วมเพศคิดว่าการร่วมเพศครั้งเดียวไม่ตั้งครรภ์ การใช้ถุงยางอนามัยขัดขวางความรู้สึกทางเพศ และไม่รู้ว่าตนเองจะมีโอกาสตั้งครรภ์เมื่อใด รวมถึงใช้วิธีคุมกำเนิดไม่สม่ำเสมอหรือไม่ได้ใช้วิธีการป้องกัน
          โดยผลสำรวจพบว่า 1ใน 3ของวัยรุ่นไม่ใช้ถุงยางอนามัย ร้อยละ 18ของวัยรุ่นใช้ถุงยางอนามัยผิดวิธีซึ่งอาจเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ได้ และยังพบว่าวัยรุ่นมีวิธีการป้องกันวิธีอื่น เช่น การนับระยะปลอดภัย หน้า 7หลัง 7และการหลั่งน้ำอสุจิภายนอก เป็นวิธีการป้องกันที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทั้งๆ ที่การใช้ถุงยางอนามัยขณะ มีเพศสัมพันธ์สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ได้ ดังนั้น เพื่อให้การมีเพศสัมพันธ์มีความปลอดภัยมากขึ้นควรป้องกันโดยใช้ถุงยางอนามัย ร่วมกับวิธีคุมกำเนิดอย่างอื่น เช่น ยาเม็ด ยาฉีดคุมกำเนิด ที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาและสถานบริการของรัฐ
          สิ่งที่จะเป็นเกราะป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่น คือต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเอง รวมทั้งควรเปลี่ยนมุมมองในเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ซึ่งผู้หญิงต้องรู้จักการปฏิเสธและผู้ชายต้องมีความรับผิดชอบในกรณีที่เกิด การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ เพราะหากผู้หญิงโดนทอดทิ้งในขณะตั้งครรภ์อาจเกิดการตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ด้วยการทำแท้ง ที่ก่อให้เกิดปัญหาทางด้านสังคมตามมา ดังนั้นวัยรุ่นชาย-หญิงจึงควรหากิจกรรมต่างๆ หรือออกกำลังกายเป็นประจำในช่วงที่มีเวลาว่างเพื่อไม่ให้หมกมุ่นในเรื่องดัง กล่าวมากจนเกินไป หากหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ไม่ได้วัยรุ่นชายต้องใช้ถุงยางอนามัยให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้ฝ่ายหญิงเกิดการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์

ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ปลาแรดในกระชัง ตอบโจทย์ ความต้องการของชุมชนบ้านตีนนา

ปลาแรดในกระชัง ตอบโจทย์ ความต้องการของชุมชนบ้านตีนนา อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง


ตามที่สำนักงาน กศน. มีนโยบายจัดศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทำ  เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชน และแก้ปัญหาความยากจน   ทางกศน.อำเภอนาโยงได้ดำเนินการจัดทำเวทีชาวบ้าน เพื่อสอบถามความต้องการที่จะประกอบอาชีพ จากการจัดทำเวทีชาวบ้านก็ทราบถึงสภาพปัญหาของประชาชนในชุมชนบ้านตีนนา ม.6 ต.นาโยงเหนือ อ.นาโยง จ.ตรัง ว่าเดิมชาวบ้านได้รับการส่งเสริมให้เลี้ยงปลาในบ่อพลาสติก ก็ประสบปัญหาปลาไม่โต และมีกลิ่นเหม็นคาวขายไม่ได้ราคา และไม่เป็นที่ต้องการของตลาด จากสภาพปัญหาดังกล่าวทาง กศน.ได้จัดสอนการเลี้ยงปลาแรดในกระชัง ให้กับชาวบ้านร่วม 30 คน โดยใช้คลองสาธารณะประโยชน์ บ้านตีนนา เป็นที่เลี้ยง เริ่มสร้างกระชังขนาด 3x5 เมตร จำนวน  10  กระชัง เลี้ยงปลาแรดได้ 500 ตัว ผ่านไป 3 เดือนการขยายจำนวนกระชังเพิ่มเป็น 50 กระชัง มีสมาชิกเพิ่มขึ้น 
เหตุเพราะปลาแรดที่เลี้ยงในกระชังที่เลี้ยงมีการกินอาหารได้ดี มีน้ำหนักตัวมาก และไม่มีกลิ่นคาว เป็นที่ต้องการของตลาด จำหน่ายได้ราคาสูง ปัจจุบัน ชาวบ้านได้เลี้ยงปลาดุก ปลาทับทิม เพิ่มเติม นางณัฐยมน พุฒนวล ประธานกลุ่มผู้เลี้ยงปลาแรดในกระชัง ได้กล่าวว่า ตนเองและชาวบ้านมีความภาคภูมิใจที่สามารถเลี้ยงปลาแรดในกระชังเป็นผลสำเร็จ สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัว และคนในชุมชนได้บริโภคปลาที่มีคุณภาพ ทั้งนี้ นางนภา  จิโรภาส ผอ. กศน.อำเภอนาโยง กล่าวถึงความสำเร็จของกลุ่มว่า นอกจาก กศน.อำเภอนาโยงเข้าไปจัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทำให้กับชาวบ้านแล้ว ยังได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสนับสนุนและให้ความรู้ในการเลี้ยงปลาแรด ปลาทับทิม ในกระชังเพิ่มเติม และยังให้ ครูกศน.เข้าไปจัดการศึกษาตามความถนัดและสนใจของชาวบ้าน อีกด้วย                                                       

โลกยุคใหม่ทำคนห่างไกลเซ็กซ์

โลกยุคใหม่ทำคนห่างไกลเซ็กซ์

  เนื้อหาโดย.....
www.prachachat.net
โลกยุคใหม่ทำคนห่างไกลเซ็กซ์
ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยคอลเลจ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ทำการสำรวจชายหญิงชาวอังกฤษจำนวนกว่า 15,000 คน ในวัย 16-44 ปี พบว่า คนกลุ่มดังกล่าวมีเพศสัมพันธ์น้อยลงกว่าการสำรวจ 2 ครั้งก่อนหน้านี้ โดยทีมวิจัยระบุว่าสาเหตุหลักๆ เกิดจากความกังวลทางการเงินและสื่อสังคมออนไลน์ที่ดึงความสนใจของกลุ่มตัวอย่างไป
ผลสำรวจพฤติกรรมทางเพศครั้งล่าสุด ในปี 2555-2556 ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารแลนเซ็ต แสดงให้เห็นว่าคนในยุคปัจจุบันมีกิจกรรมทางเพศลดลงเหลือไม่ถึง 5 ครั้งต่อเดือน น้อยลงกว่าที่เคยเป็นจากการสำรวจทัศนคติและพฤติกรรมทางเพศแห่งชาติ ที่เคยสำรวจเมื่อปี 2533-2534 และปี 2542-2544 ซึ่งพบว่าประชากรมีเพศสัมพันธ์มากกว่า 6 ครั้งต่อเดือน
ผลสำรวจครั้งล่าสุดพบว่าผู้ชายมีกิจกรรมทางเพศลดลงเหลือ 4.9 ครั้งต่อเดือน ขณะที่ผู้หญิงมีกิจกรรมราว 4.8 ครั้งต่อเดือน ขณะที่เด็กวัยรุ่นที่มีก่อนวัย 16 ปี เพิ่มขึ้นเป็น 31 เปอร์เซ็นต์ เปรียบเทียบกับการสำรวจครั้งก่อนที่พบเพียง 29 เปอร์เซ็นต์ โดยผลสำรวจยังพบด้วยว่าคู่รักในวัย 16-44 ปีอาจใช้สื่อลามกออนไลน์ทดแทนกิจกรรมทางเพศจริงๆ อีกด้วย
นอกจากนี้ผลสำรวจยังพบว่า หญิง 42 เปอร์เซ็นต์ และชาย 60 เปอร์เซ็นต์ ในวัย 65-74 ปี เคยมีกิจกรรมทางเพศในช่วงปีที่ผ่านมา ขณะที่กลุ่มตัวอย่างวัยไม่เกิน 44 ปี ผู้ชายมีคู่รักเฉลี่ย 11.7 คน ขณะที่ผู้หญิงมีคู่รัก 7.7 คนตลอดช่วงชีวิต
ดอกเตอร์คาธ เมอร์เซอร์ หัวหน้าทีมวิจัย ระบุถึงผลสำรวจดังกล่าวว่า สาเหตุที่พบว่าประชากรมีกิจกรรมทางเพศลดลงเนื่องจากความกังวล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน หรือเรื่องการเงิน นอกจากนั้นทีมวิจัยก็คิดด้วยว่าเทคโนโลยีในยุคปัจจุบันอาจอยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์ดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันแทบจะทุกคนที่มีแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน ใช้ในการเล่นทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก ตอบอีเมล์ในห้องนอนได้