หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2555


สวัสดีคับ เมื่อวานมีท่านผอ.กศน.อำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดตรังถามผมว่า นพ 

Wireless กับ Wi-Fi มันเหมือนหรือต่างกันอย่างไร.................คับ เพื่อความถูกต้องวันนี้ นพเลยหาข้อมูลมาฝากดังนี้คับ

WI-FI คือ WI-FI หรือชื่อเต็มๆ Wireless Fidelity นั้นแท้จริงมันคืออะไร เจ้า Wi-Fi ที่เราเรียกแทน Wireless นั้นแท้จริงมัน WI-FI คือชื่อทางการค้าของ IEEE802.11 ซึ่งกำหนดโปรโตรคอลแบบไร้สายชนิดหนึ่ง ที่เป็นที่นิยมซึ่งใช้ในการเชื่อมต่อไร้สายระหว่างอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ซึ่งหากว่าอุปกรณ์ตัวนั้นผ่านตามมาตราฐานเขาก็จะปั๊ม ตรา Wi-Fi certified ซึ่งเป็นอันรู้กันว่าอุปกรณ์ชิ้นนั้นสามารถติดต่อสื่อสารกับอุปกรณ์ตัวอื่น ที่มีตรา Wi-Fi certified นี้ได้เช่นกัน

Wireless คือลักษณะของการใช้งานอุปกรณ์ด้านสื่อสารโทรคมนาคม แปลตรงตัวว่าไร้สาย ฉะนั้นอุปกรณ์อะไรก็ตามที่ติดต่อสื่อสารกันโดยไม่ใช้ สายสัญญาณ ถือว่่าอุปกรณ์นั้นเป็น wireless เหมือนกัน

Wireless คืออะไร
ระบบเครือข่ายไร้สาย   ระบบเครือข่ายสมัยใหม่ที่ไม่ต้องขึ้นอยู่กับสายเคเบิ้ล ด้วยความยุ่งยากในการเชื่อมต่อ การจัดระเบียบทำให้ระบบเครือข่ายไร้สาย Wireless เป็นที่นิยมเนื่องจาก ใช้อากาศเป็นตัวกลางในการรับ-ส่งสัญญาณ ซึ่งเหมาะสำหรับการติดตั้งในสถานที่ที่ไม่ สะดวกในการเดินสาย หรือในสถานที่ที่ต้องการความสวยงาม เรียบร้อย และเป็นระเบียบ เช่น สนามบิน โรงแรม ร้านอาหาร และอื่นๆ ทั้งยังประหยัดต้นทุนในระยะยาว เนื่องจากไม่ต้องคอยซ่อมแซมหรือเปลี่ยน / เช็ค สายเคเบิ้ลเป็นต้น   หลักการทำงานของระบบ Wireless LAN
การทำงานจะมีอุปกรณ์ในการส่งสัญญาณ และกระจายสัญญาณ หรือที่เราเรียกว่า Access Point และมี PC Card ที่เป็น LAN card สำหรับในการเชื่อมกับ access point โดยเฉพาะ การทำงานจะใช้คลื่นวิทยุเป็นการรับส่งสัญญาณ โดยมีให้เลือกใช้ตั้งแต่ 2.4 to 2.4897 Ghz และสามารถเลือก config ใน Wireless Lan (ภายในระบบเครือข่าย Wireless Lan ควรเลือกช่องสัญญาณเดียวกัน)
ระยะทางการเชื่อมต่อของระบบ Wireless LAN ภายในอาคาร
1. 
ระยะ 50 เมตร ได้ความเร็วประมาณ 11 Mbps
2. 
ระยะ 80 เมตร ได้ความเร็วประมาณ 5.5 Mbps
3. 
ระยะ 120 เมตร ได้ความเร็วประมาณ 2 Mbps
4. 
ระยะ 150 เมตร ได้ความเร็วประมาณ 1 Mbpsภายนอกอาคาร
1.
ระยะ 250 เมตร ได้ความเร็วประมาณ 11 Mbps
2. 
ระยะ 350 เมตร ได้ความเร็วประมาณ 5.5 Mbps
3. 
ระยะ 400 เมตร ได้ความเร็วประมาณ 2 Mbps
4. 
ระยะ 500 เมตร ได้ความเร็วประมาณ 1 Mbps
การเชื่อมต่อของระบบเครือข่าย Wireless LAN มี ลักษณะ ดังนี้

1. 
การเชื่อมโยงระบบแบบ Ad-hoc (Peer to Peer)โครงสร้างการเชื่อมโยงระบบแบบ Ad-hoc หรือ Peer to Peer เป็นการสื่อสารข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ไร้สายและอุปกรณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไป โดยที่ไม่มีศูนย์กลางควบคุมอุปกรณ์ทุกเครื่องสามารถสื่อสารข้อมูลถึงกันได้ เอง ตัวส่งจะใช้วิธีการแพร่กระจายคลื่นออกไปในทุกทิศทุกทางโดยไม่ทราบจุดหมาย ปลายทางของตัวรับว่าอยู่ที่ใด ซึ่งตัวรับจะต้องอยู่ในขอบเขตพื้นที่ให้บริการที่คลื่นสามารถเดินทางมาถึง แล้วคอยเช็คข้อมูลว่าใช่ของตน หรือไม่ ด้วยการตรวจสอบค่า Mac Address ผู้รับปลายทางในเฟรมข้อมูลที่แพร่กระจายออกมา ถ้าใช่ข้อมูลของตนก็จะนำข้อมูลเหล่านั้นไปประมวลผลต่อไป
การเชื่อมโยง เครือข่ายไวร์เลสแลนที่ใช้โครงสร้างการเชื่อมโยงแบบ Ad-hoc ไม่สามารถเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบเครือข่ายอีเธอร์เน็ตได้ เนื่องจากบนระบบไม่มีการใช้สัญญาณเลย

2. 
การเชื่อมโยงระบบแบบ Infrastructure (Client/Server)โครงสร้างการเชื่อมโยงระบบแบบ Infrastructure หรือ Client / Server มีข้อพิเศษกว่าระบบแบบ Ad-hoc ตรงที่มีแอ็กเซสพอยน์เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยง (ทำหน้าที่คล้ายฮับ) และเป็นสะพานเชื่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ไร้สายอุปกรณ์ไวร์เลสแลนเข้าสู่เคลือ ข่ายอีเธอร์เน็ตแลนหลัก (Ethernet Backbone) รวมถึงการควบคุมการสื่อสารข้อมูลอุปกรณ์ไวร์เลสแลน

อุปกรณ์สำหรับการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย Wireless LAN
1. 
แลนการ์ดไร้สาย (Wireless LAN Card)  ทำหน้าที่ในการ แปลงข้อมูล ดิจิตอล ที่ได้จากการประมวลผลของเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เป็นคลื่นวิทยุแล้วส่งผ่านสาย อากาศให้กระจายออกไป และทำหน้าที่ในการรับเอาคลื่นวิทยุที่แพร่กระจายแปลงเป็น ข้อมูลดิจิตอล ส่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ประมวลผลWireless LAN ที่ผลิตออกมาจำหน่าย มีหลายรูปแบบแบ่งตามลักษณะช่องเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ได้ดังนี้
แลนการ์ดแบบ PCI
แลนการ์ดแบบ PCMCIA
แลนการ์ดแบบ USB
แลนการ์ดแบบ Compact Flash (CF)
2. 
อุปกรณ์เข้าใช้งานเครือข่าย (Wireless Access Point)ทำหน้าที่เสมือน ฮับ เชื่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ไร้สายและอุปกรณ์ไวร์เลสแลนแบบต่าง ๆเข้าด้วยกัน อีกทั้งเป็นสะพานเชื่อมต่อ เครื่องไวร์เลสแลนเข้ากับเครื่องอีเธอร์เนตทำให้ระบบทั้งสองสามารถสื่อสาร กันได้
3. 
สะพานเชื่อมโยงไร้สาย (Wireless Bridge)ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงระบบ เครือข่ายอีเธอร์เน็ตแลนตั้งแต่สองระบบขึ้นไปเข้าด้วยกันแทนการใช้สายสัญญาณ ข้อมูลที่สื่อสารระหว่างเครือข่ายอีเธอร์เน็ตจะถูกแปลงเป็นคลื่นวิทยุแล้ว ถูกแปลงไปยังปลายทาง
4. Wireless Broadband Router
ทำหน้าที่ในการต่อเข้ากับระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านคู่สายโทรศัพท์ (ADSL) หรือ เคเบิลทีวี (UBC) ด้วยเทคโนโลยี Broadband Router ซึ่งมีฟังชันการทำงานเป็นตัวค้นหาเส้นทาง, NAT (Network Address Translation) , Firewall , VPN ๆลๆ มาผสมผสานเข้ากับ Access Point ทำให้ผู้ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ไร้สายสามารถสื่อสารข้อมูลไปยังระบบอิน เทอร์เน็ต
5. Wireless Print Server
อุปกรณ์การแชร์เครื่องพิมพ์บนระบบเครือข่าย Wireless LAN
6. Power Over Ethernet Adapter
ทำหน้าที่แยกสาย UTP ที่มีสายทองแดงตีเกลียวอยู่ข้างใน คู่โดยสายทองแดงสำหรับใช้สื่อสารข้อมูลใช้เพียง คู่เท่านั้น ส่วนสายทองแดงอีก คู่สามารถใช้อุปกรณ์ตัวนี้นำมาใช้เป็นเส้นทางสำหรับส่งแรงดันไฟฟ้าไปให้กับ ตัว Access Point ได้
7. 
สายอากาศ (Antenna)ทำหน้าที่เปลี่ยนข้อมูลในรูปของกระแสไฟฟ้าที่ส่งออกมาจากภาคส่งของอุปกรณ์ ไวร์เลสแลนให้กลายเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแพร่กระจายออกไปในอากาศและสายอากาศ ยังทำหน้าที่รับเอาคลื่นที่อุปกรณ์ไวร์เลสแลนเครื่องอื่น ๆ ส่งออกมาแปลงกลับให้อยู่ในรูปของกระแสไฟฟ้าส่งให้ภาครับต่อไป
ประโยชน์ของระบบ Wireless LAN
1. 
สะดวกในการเคลื่อนย้าย ติดตั้ง เนื่องจาก WLAN ไม่จำเป็นต้องมีสายเคเบิ้ลในการต่อพ่วง
2. 
ง่ายในการติดตั้ง เพราะไม่จำเป็นต้องเดินสายเคเบิ้ล
3. 
ลดค่าใช้จ่าย เนื่องจากไม่ต้องจำเป็นต้องเสียค่าบำรุงรักษา ในระยะยาว
4. 
สามารถขยายเครือข่ายได้ไม่จำกัด
ข้อเสียของระบบ Wireless LAN
1. 
มีอัตราการลดทอนสัญญาณสูง นั่นหมายความว่า “ ส่งสัญญาณได้ระยะสั้น 
2. 
มีสัญญาณรบกวนสูง
3. 
ต้องแชร์กันใช้ช่องสัญญาณคลื่นความถี่เดียวกัน
4. 
ยังมี หลายมาตรฐาน ตามผู้ผลิต แต่ละราย ทำให้มีปัญหาในการใช้งานร่วมกัน
5. 
ราคาแพงกว่าระบบเครือข่ายแบบมีสาย
6. 
มีความเร็วไม่สูงมากนัก
ขอบคุณข้อมูลดีจาก http://blog.eduzones.com/banny/3481