หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ยาริส ใหม่

โตโยต้า ยาริส ใหม่ อีโคคาร์ ส่งท้ายปี

Prev
1 of 4
Next
คลิกภาพเพื่อขยาย
updated: 27 พ.ย. 2556 เวลา 11:45:40 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อีโคคาร์ตัวแรกจากค่ายโตโยต้า ดีไซน์สปอร์ตใหม่หมดจดตลอดคัน ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง ตามหลักอากาศพลศาสตร์ มิติตัวรถมีความกว้างใหญ่มากยิ่งขึ้นในขณะที่ความสูงถูกปรับลดต่ำลง คิ้วกันกระแทกด้านข้าง คิ้วฝากระโปรงท้าย และสปอยเลอร์หลังคากันได้อย่างลงตัว ให้อารมณ์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว และความรู้สึกที่ปราดเปรียว คล่องตัว
ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบให้มีความกว้างขวางสะดวกสบายเพื่อประโยชน์ใช้สอยสูงสุด มีการเพิ่มความยาวช่วงล้อเป็น 2,550 มิลลิเมตร (ยาวกว่าเดิม 90 มิลลิเมตร) ทำให้ห้องโดยสารมีขนาดความยาวเพิ่มขึ้น

พื้นที่วางเท้าสำหรับผู้โดยสารด้านหลังมีความยาวถึง 663 มิลลิเมตร (ยาวกว่ารุ่นเดิม 77 มิลลิเมตร) แผงพนักพิงเบาะหลังกว้างขวางขึ้นขนาด 1,310 มิลลิเมตร (มากกว่ารุ่นเดิม 10 มิลลิเมตร) เพื่อความสะดวกสบายของผู้โดยสารด้านหลัง ระยะห่างจากจุดกึ่งกลางล้อหลัง-กันชนหลัง มีความยาวเพิ่มขึ้นเป็น 690 มิลลิเมตร 


ตกแต่งห้องโดยสารภายในโทนสีดำให้อารมณ์สปอร์ต มีการเลือกใช้วัสดุตกแต่งภายในที่มีคุณภาพ ดูหรูหราทันสมัย พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ มาตรวัดแบบสปอร์ต แผงปรับอากาศดีไซน์ใหม่พร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ตลอดจนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน


ยาริส ใหม่ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1,200 ซีซี ที่ถูกพัฒนาขึ้นสำหรับเมืองไทยโดยเฉพาะ ระบบวาล์วอัจฉริยะ Dual VVT-i ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ Super CVT-I พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering)

นอกจากนี้ ยาริส ใหม่ มีการควบคุมและการทรงตัวที่ดีขึ้น เนื่องจากได้รับการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ โดยการปรับลดความสูงของตัวรถแบบรถสปอร์ตและการดีไซน์หลังคาแบบ Catamaran เพื่อให้การไหลเวียนของกระแสลมผ่านราบเรียบยิ่งขึ้น ช่วยลดแรงปะทะของลม, การติดตั้ง "Fin" หรือ "ครีบ" ที่บริเวณกระจกมองข้างและไฟท้าย ช่วยทำให้กระแสลมที่ไหลผ่านบริเวณด้านข้างตัวรถขณะกำลังวิ่ง สามารถไหลผ่านได้ดียิ่งขึ้น, มีการเพิ่มจุดเชื่อมของโครงสร้างตัวถังเพื่อให้มีความแข็งแรงยิ่งขึ้น มั่นใจได้กับระบบช่วงล่าง ระบบกันสะเทือน

หน้าแบบแม็กเฟอร์สันสตรัตพร้อมเหล็กกันโคลง และระบบกันสะเทือนหลังแบบทอร์ชั่นบีมพร้อมเหล็กกันโคลง, โครงสร้างนิรภัย GOA มีถุงลมเสริมความปลอดภัยคู่หน้า ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ช่วยป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกะทันหัน หรือเบรกบนถนนลื่น, ระบบกระจายแรงเบรก, ระบบเสริมแรงเบรก, เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าพร้อมระบบกลไกดึงกลับและผ่อนแรงดึงอัตโนมัติ

ส่วนเบาะนั่งคู่หน้าแบบ WIL (Whiplash Injury Lessening) ช่วยลดการบาดเจ็บของกระดูกต้นคอเมื่อเกิดการชนจากด้านหลัง และกุญแจ Immobilizer และระบบป้องกันการโจรกรรม TDS (Theft Deterrent System)

สำหรับยาริส ใหม่ มีให้เลือก 7 สีมี 4 รุ่นคือ รุ่น 1.2G A/T เกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i ราคา 599,000 บาท, รุ่น 1.2E A/T เกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i ราคา 549,000 บาท, รุ่น 1.2J A/T เกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i ราคา 519,000 บาท และรุ่น 1.2J ECO A/T เกียร์อัตโนมัติ Super CVT-I ราคา 469,000 บาท (หน้าพิเศษ มอเตอร์เอ็กซ์โป2013)

นิสสัน จู๊ค

Prev
1 of 10
Next
คลิกภาพเพื่อขยาย
updated: 26 พ.ย. 2556 เวลา 16:30:29 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

กรุงเทพฯ – 26 พฤศจิกายน 2556 – บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์ที่ตื่นเต้นเร้าใจ ประกาศเปิดตัวรถยนต์สปอร์ตครอสโอเวอร์คันแรกในไทย “นิสสัน จู๊ค” ฉีกกฏรถยนต์ประเภทแฮทช์แบคอย่างสิ้นเชิงด้วยยอดขายมากกว่า 680,000 คันทั่วโลกนับตั้งแต่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2553 จู๊ค ถ่ายทอดความแตกต่างอย่างมีสไตล์ บังคับควบคุมได้อย่างคล่องแคล่ว ขับสนุก และเทคโนโลยีที่ใช้ได้ง่าย เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของรถประเภทครอสโอเวอร์ ที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก




“ด้วยจำนวนของรถยนต์ประเภทสปอร์ตครอสโอเวอร์ที่เพิ่มมากขึ้นในหลาย ๆ ประเทศ เราได้เล็งเห็นโอกาสที่จะแนะนำรถยนต์รุ่นนี้ในประเทศไทย” นายทาคายูกิ คิมูระ ประธานบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวและเสริมว่า “เนื่องจาก นิสสัน จู๊ค มีสมรรถนะการขับขี่และการควบคุมที่ดีในทุกสภาพถนน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองหรือนอกเมือง ผมมั่นใจจู๊คจะกลายเป็นรถที่มีสัญลักษณ์ที่โดดเด่นบนท้องถนนเมืองไทย”



ภายใต้แนวคิด “Born to excite” จู๊ค มีดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว ดุดันและกลมกลืน มีเอกลักษณ์ สะดุดทุกสายตาด้วยไฟหน้าและไฟท้ายรูปทรงบูมเมอแรง ผสานสไตล์รถคูเป้ ให้อารมณ์สปอร์ต ด้วยเส้นด้านข้างแบบ high waistline และโฉบเฉี่ยวด้วยล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ช่วยเสริมสมรรถนะการทรงตัวและเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนน


นอกจากนี้ องค์กรที่มีชื่อเสียงด้านการสำรวจและวิจัยตลาด เจ ดี พาวเวอร์ เอเชีย แปซิฟิค ได้ประกาศว่า นิสสัน จู๊ค ได้รับคะแนนสูงสุดด้านความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ของรูปลักษณ์ภายนอกของกลุ่มรถยนต์ประเภทคอมแพค และอยู่ในระดับที่ดีมากของในประเภทการออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกของรถยนต์ 

นอกเหนือจากดีไซน์โฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ จู๊ค ยังมาพร้อมกับ ระบบควบคุมการทำงานอัจฉริยะ I-Con (Integrated-Control System) ที่มีโหมดควบคุมอุณหภูมิภายในห้องโดยสาร (Climate Mode) และโหมดควบคุมรูปแบบการขับขี่ (Drive Mode) ที่เลือกปรับได้ 3 รูปแบบ ทั้งโหมดการขับขี่แบบปกติ (Normal Mode) โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต (Sport Mode) เน้นขับสนุกเต็มสปีด เร่งแซง ได้รวดเร็วทันใจ และโหมดการขับขี่แบบประหยัด (Eco Mode) เน้นการขับขี่ที่ประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุด



นิสสัน จู๊ค ยังจัดเต็มเทคโนโลยีสุดล้ำเติมอารมณ์การขับขี่ให้สนุกมากขึ้น ด้วยระบบเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตและความบันเทิง I-Connect บนหน้าจอสัมผัสแบบพกพาขนาด 7 นิ้ว ซึ่งถอดออกจากแผงหน้าจอหลักได้เพื่อการใช้งานที่สะดวกมากขึ้น เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วยสัญญาณ WIFI ผ่านอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS หรือแอนดรอยด์  สามารถชมและแชร์ไฟล์ภาพ เพลง วิดีโอได้อย่างไร้ขีดจำกัดบนหน้าจอเมื่อใช้ Micro SD Card/USB หรือเชื่อมต่อระบบปฏิบัติการ iOS หรือแอนดรอยด์ผ่านระบบ DLNA พร้อมฟังเพลงหรือโทรออก-รับสายเรียกเข้าได้อย่างปลอดภัยขณะขับรถเมื่อเชื่อมต่อด้วยบลูทูธ สะดวกสบายทุกการใช้งานด้วยระบบสั่งการเมนูหลักด้วยเสียง Voice Recognition พร้อมระบบควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย




และเพื่อสะท้อนความเป็น จู๊ค ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น นิสสัน เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ขวัญใจวัยมันส์ “พีช พชร จิราธิวัฒน์” พร้อมกับกลยุทธ์ Entertainment Marketing โดยกำหนดทิศทางสื่อสารการตลาดภายใต้แนวคิด “Born to excite” ครอบคลุมสื่อมัลติมีเดียเอ็นเตอร์เทนเมนต์ทุกรูปแบบ อาทิ บทเพลงจากศิลปินสุดฮอต “Getsunova” มิวสิควิดีโอ หนังสั้นโดยผู้กำกับฝีมือเยี่ยมที่มีผลงานกระแทกใจวัยรุ่น “ปวีณ ภูริจิตปัญญา” สติ๊กเกอร์ LINE และภาพยนตร์โฆษณา


นิสสัน จู๊ค ขับเคลื่อนปราดเปรียวด้วยเครื่องยนต์สุดล้ำ HR16 ขนาด 1.6 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบหัวฉีดคู่ (Dual Injector System) ผสานกับระบบวาล์วแปรผันคู่ Twin C-VTC และระบบเกียร์แปรผันอัจฉริยะ XTRONIC CVT สมรรถนะเครื่องยนต์ให้แรงบิดสูงสุดที่ 154 นิวตัน-เมตร (15.7 กก.-ม.) ที่ 4,000 รอบต่อนาที กำลังสูงสุด 116 แรงม้า (พีเอส) ที่ 5,600 รอบต่อนาที  เผาไหม้เชื้อเพลิงหมดจด ประหยัดน้ำมันได้ดีเยี่ยม มั่นใจในสมรรถนะการเกาะถนนด้วยระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง และระบบกันสะเทือนหลังแบบทอร์ชั่นบีมพร้อมเหล็กกันโคลง มีจำหน่าย 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น 1.6E และรุ่น1.6V มีให้เลือก 6 สี คือ สีแดงเบิร์นนิ่งเรด สีน้ำเงินแปซิฟิคบลู  สีดำแบล็คโซลิด  สีขาวไวท์โซลิด  สีเทาทไวไลท์เกรย์  และสีเงินบริลเลียนท์ซิลเวอร์


“เอกลักษณ์ที่โดดเด่น ล้ำสมัย ตอบสนองเพื่อให้ประสบการณ์ขับขี่ที่สนุก เร้าใจ จู๊ค คือสิ่งที่แบรนด์ นิสสัน ยืนหยัด ซึ่งก็คือ นวัตกรรมที่สร้างความเร้าใจให้กับทุกคน  การเปิดตัว จู๊ค อยู่ในแผนงานที่เราต้องการมอบรถยนต์ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับลูกค้า เราเชื่อมั่นว่า จู๊ค จะเปิดกลุ่มรถยนต์สายพันธุ์ใหม่ที่จะดึงดูดใจลูกค้าชาวไทยอย่างแน่นอน”นายคิมูระ กล่าว

สำหรับราคา นิสสัน จู๊ค มี 2 รุ่น

รุ่น 1.6E ราคา 819,000 บาท
รุ่น 1.6V ราคา 858,000 บาท

บุญกฐิน ณ ตรัง

ควันหลงบุญกฐิน ณ ตรัง
อ.นพรัตน์  โชติเกษมกุล เรียบเรียง/รายงาน
อ.ธนากร  เยาว์ดำ ถ่ายภาพ

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน  2556ตรงกับขึ้น 17 ค่ำ เดือน 12 นายไพรัช หัตถิยา ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง คณะศิษย์เก่า ร.ร.ย่านตาขาวรัฐชนูปถัมภ์ รุ่นปี 38 และพุทธศาสนิกชน  ร่วมทอดกฐินสามัคคี ณ ศาลาการเปรียญ วัดประชาบำรุง ต.หนองบ่อ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง   ซึ่งคืนวันที่ 16 พฤศจิกายน 2556 เวลา 19 .00 น. มีพิธีสมโภชกฐินหลังจากนั้นมีการรำกลองยาว สร้างความคึกครื้นให้กับผู้ร่วมงานได้ดีทีเดียว และตอนสายของวันที่ 17 พฤศจิกายน 2556  มีกระบวนแห่กฐินจากศาลาประชาคมเข้าสู่วัดโดยมีคณะกลองยาวและเครื่องดนตรีพื้นบ้านนำกระบวน จากนั้นเวลา 13.00 น. ประธานในพิธี นายไพรัช หัตถิยา ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอย่านตาขาว จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนะไตร ตามด้วยพิธีสงฆ์  และประธานถวายผ้ากฐิน และผู้ร่วมบำเพ็ญกุศล เข้าประเคนสิ่งของอันเป็นบริวารขององค์กฐินตามลำดับจนเสร็จแล้ว พระสงฆ์ทั้งนั้นจับพัด ประธานสงฆ์เริ่มสวดนำด้วยคาถาอนุโมทนา ประธานหรือเจ้าภาพ กรวดน้ำ และรับพรจนจบ เป็นอันเสร็จพิธี ขอให้ทุกท่านได้รับอนิสงส์ผลบุญกันทุกท่าน

เพื่อให้ทุกท่านมีความรู้ความเข้าใจในการทอดกฐินมากถึง จึงขอยกบทความ การทดกฐินมาอธิบายพอสังเขป

ผ้ากฐิน  คือ ผ้าสำเร็จรูปโดยอาศัยไม้สะดึง นิยมเรียกกันจนปัจจุบันนี้


การทอดกฐิน เป็นประเพณีที่สำคัญของพุทธศาสนิกชนอย่างหนึ่ง นิยมทำกันตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำเดือน11 ไปจนถึงขึ้น 15 ค่ำ เดือน12   ส่วนคำว่า กฐิน หมายถึง ไม้สะดึง คือ กรอบไม้ชนิดหนึ่งสำหรับขึงผ้าให้ตึง สะดวกแก่การเย็บ คือ การนำผ้ากฐินไปวางไว้ต่อหน้าพระสงฆ์อย่างต่ำห้ารูป แล้วให้พระสงฆ์รูปใดรูปหนึ่งที่ได้รับมอบหมาย จากคณะสงฆ์ทั้งนั้นเป็นเอกฉันท์ให้เป็นผู้รับกฐินนั้น การทอดกฐินเป็นกาลทาน ตามพระวินัยกำหนดกาลไว้ คือ ตั้งแต่แรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใส ใคร่จะทอดกฐิน ก็ให้ทอดได้ในระหว่างระยะเวลานี้ จะทอดก่อนหรือทอดหลังกำหนดนี้ ก็ไม่เป็นการทอดกฐิน

การทอดกฐินในปัจจุบัน ถือว่าเป็นทานพิเศษ กำหนดเวลาปีหนึ่งทอดถวายได้เพียงครั้งเดียว ตามอรรถกถาฎีกาต่าง ๆ พอกำหนดได้ว่าชนิดของกฐินมี 2 ลักษณะ คือ
จุลกฐิน คือ การทำจีวร พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติสิกขาบท ทุกฝ่ายต้องช่วยกันทำให้เสร็จภายในกำหนดหนึ่งวัน ทำฝ้าย ปั่น กรอ ตัด เย็บ ย้อม ทำให้เป็นขันธ์ได้ขนาดตามพระวินัย แล้วทอดถวายให้เสร็จในวันนั้น
มหากฐิน คือ อาศัยปัจจัยไทยทานบริวารเครื่องกฐินจำนวนมากไม่รีบเร่ง เพื่อจะได้มีส่วนหนึ่งเป็นทุนบำรุงวัด คือทำนวกรรมบ้าง ซ่อมแซมบูรณของเก่าบ้าง ปัจจุบันนิยมเรียกกันว่า กฐินสามัคคี

การจองกฐิน
            วัดราษฎร์ทั่วไป นิยมทำเป็นหนังสือจองกฐินไปติดต่อประกาศไว้ยังวัดที่จะทอดถวาย เป็นการเผดียงสงฆ์ให้ทราบวันเวลาที่จะไปทอด หรือจะไปนมัสการเจ้าอาวาสให้ทราบ
            สำหรับการขอพระราชทานผ้าพระกฐินไปทอด ณ พระอารามหลวงให้แจ้งกรมการศาสนา เพื่อขึ้นบัญชีไว้กราบบังคมทูลและแจ้งให้วัดทราบ ในทางปฏิบัติผู้ขอพระราชทานจะไปติดต่อกับทางวัดในรายละเอียดต่าง ๆ จนก่อนถึงวันกำหนดวันทอด จึงมารับผ้าพระกฐิน และเครื่องกฐินพระราชทานจากกรมศาสนา


การนำกฐินไปทอด
            ทำได้สองอย่าง อย่างหนึ่งคือนำผ้ากฐินทานกับเครื่องบริวารที่จะถวายไปตั้งไว้ ณ วัดที่จะทอดก่อน พอถึงวันกำหนดเจ้าภาพผู้เป็นเจ้าของกฐิน หรือรับพระราชทานผ้ากฐินทานมาจึงพากันไปยังวัดเพื่อทำพิธีถวาย อีกอย่างหนึ่ง ตามคติที่ถือว่าการทอดกฐินเป็นการถวายทานพิเศษแก่พระสงฆ์ที่ได้จำพรรษาครบไตรมาส นับว่าได้กุศลแรง จึงได้มีการฉลองกฐินก่อนนำไปวัดเป็นงานใหญ่ มีการทำบุญเลี้ยงพระที่บ้านของผู้เป็นเจ้าของกฐิน และเลี้ยงผู้คน มีมหรสพสมโภช และบางงานอาจมีการรวบรวมปัจจัยไปวัดถวายพระอีกด้วยเช่น ในกรณีกฐินสามัคคี พอถึงกำหนดวันทอดก็จะมีการแห่แหนเป็นกระบวนไปยังวัดที่จะทอด มีเครื่องบรรเลงมีการฟ้อนรำนำขบวนตามประเพณีนิยม


การถวายกฐิน
กฐินพระราชทาน นิยมถวายในโบสถ์ ก่อนจะถึงกำหนดเวลาจะเอาเครื่องบริวารกฐินไปจัดตั้งไว้ในโบสถ์ก่อน ส่วนผ้ากฐินพระราชทานจะยังไม่นำเข้าไป พอถึงกำหนดเวลาพระสงฆ์ที่จะรับกฐิน จะลงโบสถ์พร้อมกัน นั่งบนอาสนที่จัดไว้ เจ้าภาพของกฐิน พร้อมด้วยผู้ร่วมงานจะพากันไปยังโบสถ์ เมื่อถึงหน้าโบสถ์เจ้าหน้าที่จะนำผ้าพระกฐินไปรอส่งให้ประธาน ประธานรับผ้าพระกฐินวางบนมือถือประคอง นำคณะเดินเข้าสู่โบสถ์ แล้วนำผ้าพระกฐินไปวางบนพานที่จัดไว้หน้าพระสงฆ์ และหน้าพระประธานในโบสถ์ คณะที่ตามมาเข้านั่งที่ ประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย แล้วกราบพระพุทธรูปประธานในโบสถ์แบบเบญจางคประดิษฐ์สามครั้ง แล้วลุกมายกผ้าพระกฐินในพานขึ้น ดึงผ้าห่มพระประธานมอบให้เจ้าหน้าที่ รับไปห่มพระประธานทีหลัง แล้วประนมมือวางผ้าพระกฐินบนมือทั้งสอง หันหน้าตรงพระสงฆ์แล้วกล่าวคำถวายผ้าพระกฐิน จบแล้วพระสงฆ์รับ สาธุการ ประธานวางผ้าพระกฐินลงบนพานเช่นเดิม แล้วกลับเข้านั่งที่ ต่อจากนี้ไปเป็นพิธีกรานกฐินของพระสงฆ์

กฐินของประชาชน หรือ กฐินสามัคคี นิยมถวายกันที่ศาลาการเปรียญ หรือวิหารสำหรับทำบุญ แล้วเจ้าหน้าที่จึงนำผ้ากฐินที่ถวายแล้วไปถวายพระสงฆ์ ทำพิธีกรานกฐินในโบสถ์เฉพาะพระสงฆ์อีกทีหนึ่ง

การทำพิธีกฐินัตการกิจของพระสงฆ์ เริ่มจากการกล่าวคำขอความเห็นที่เรียกว่า อปโลกน์ และการสวดญัตติทุติยกรรม คือการยินยอมยกให้ ต่อจากนั้นพระสงฆ์รูปที่ได้รับความยินยอม นำผ้าไตรไปครองเสร็จแล้วขึ้นนั่งยังอาสนเดิม ประชาชนผู้ถวายพระกฐินทาน ทายกทายิกา และผู้ร่วมบำเพ็ญกุศล ณ ที่นั้น เข้าประเคนสิ่งของอันเป็นบริวารขององค์กฐินตามลำดับจนเสร็จแล้ว พระสงฆ์ทั้งนั้นจับพัด ประธานสงฆ์เริ่มสวดนำด้วยคาถาอนุโมทนา ประธานหรือเจ้าภาพ กรวดน้ำ และรับพรจนจบ เป็นอันเสร็จพิธี

อานิสงส์กฐินสำหรับพระภิกษุสงฆ์ ในพระวินัย ระบุอานิสงส์กฐินไว้ 5 คือ
     1. เข้าบ้านได้โดยมิต้องบอกลาภิกษุด้วยกัน
     2. เอาไตรจีวรไปโดยไม่ครบสำรับได้
     3. ฉันอาหารเป็นคณะโภชน์ได้
     4. เก็บจีวรไว้ได้ตามปรารถนา
     5. ลาภที่เกิดขึ้นเป็นของเธอผู้จำพรรษาในวัดนั้น

อนิสงส์กฐินสำหรับผู้ทอดกฐิน การทอดกฐินเป็นกาลทาน ปีหนึ่งทำได้ครั้งเดียว วันหนึ่งทำได้ครั้งเดียวในปีหนึ่ง ๆ ต้องทำภายในกำหนดเวลา และผู้ทอดก็ต้องตระเตรียมจัดทำเป็นงานใหญ่ ต้องมีผู้ช่วยเหลือหลายคน จึงนิยมกันว่าเป็นพิธีบุญที่อานิสงส์แรง น่าคิดอีกทางหนึ่งว่า พิธีเช่นนี้ได้ทั้งโภคสมบัติ เพราะเราเองบริจาค ได้ทั่งบริวารสมบัติเพราะได้บอกบุญแก่ญาติมิตรให้มาร่วมการกุศล กาลทานเช่นนี้ เรียกว่า ทานทางพระวินัย


ห้องสมุดดีเด่น ยอดเยี่ยมระดับประเทศ

 “ห้องสมุดประชาชนอำเภอกันตัง คว้ารางวัล ห้องสมุดดีเด่น  ยอดเยี่ยมระดับประเทศ”ปี 2555
อ.นพรัตน์  โชติเกษมกุล  สำนักงาน กศน.ตรัง


ตามที่คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๒ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ ๒ เรื่อง คือ เห็นชอบให้การส่งเสริมการอ่านเป็นวาระแห่งชาติเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยกำหนดให้วันที่ ๒ เมษายน ของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นวันรักการอ่าน เพื่อยกระดับการอ่านส่งเสริมการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้กับประชาชนคนไทย  ห้องสมุดประชาชนเป็นแหล่งเรียนรู้ตามอัธยาศัยที่มีส่วนสำคัญในการจัด ส่งเสริมการอ่านให้กับประชาชนทุกคน

“ห้องสมุดประชาชนอำเภอกันตังเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต ให้บริการประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนรักการอ่าน และการเรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิต” กล่าวคือ วิสัยทัศน์ที่บรรณารักษ์และเจ้าหน้าที่ห้องสมุดอำเภอกันตัง ถือปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง สร้างสังคมแห่งการอ่านให้กับประชาชนอำเภอกันตัง  จนได้รับรางวัลห้องสมุดประชาชนอำเภอดีเด่น ระดับประเทศ  รางวัลห้องสมุดประชาชนอำเภอยอดเยี่ยม ระดับประเทศประจำปี 2555 และรางวัลบรรณารักษ์ดีเด่น ระดับประเทศ ประจำปี 2555 ซึ่งมีการประกาศและมอบรางวัล เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2556 ณ ห้องประชุมประจักษ์ศิลปาคม ศาลากลางจังหวัดหนองคาย ที่ผ่านมา

นางสาวนงเยาว์  ทับเที่ยง บรรณารักษ์ชำนาญการพิเศษ ได้กล่าวว่าตนเองได้มาปฏิบัติหน้าที่บรรณารักษ์ที่ห้องสมุดประชาชนอำเภอกันตังเป็นเวลา กว่า 9 ปีแล้ว รางวัลที่ได้รับจาก สำนักงาน กศน. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการนั้น เป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของพี่น้องคนกันตัง ที่เห็นความสำคัญของการอ่าน และสนับสนุน เข้าร่วมกิจกรรมที่ทางห้องสมุดประชาชนอำเภอกันตังจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ณ วันนี้มีสมาชิกห้องสมุดประเภทตลอดชีพ จำนวน 3,416 คน มีหนังสือ สื่อสิ่งพิมพ์ 8,427 เล่ม เปิดให้บริการทุกวัน เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ จุดเด่นของห้องสมุดที่นี้ คือ บรรยากาศที่ร่มรื่น สวยงาม สะอาด ปลอดภัย มีการจัดมุมให้ผู้ใช้บริการนั่ง-นอนอ่านหนังสือกันอย่างลงตัว มีวารสาร นิตยสาร หนังสื่อที่ทันสมัย พร้อมรับนักอ่านทุกคน มีห้อง ICT ที่ให้บริการสืบค้นท่องโลกไซเบอร์กันอย่างจุใจ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำตลอดเวลา และที่สำคัญยิ่ง ห้องสมุดประชาชนอำเภอกันตัง เป็นห้องสมุดเคลื่อนที่ เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการอ่าน ห้องสมุดประชาชนอำเภอกันตังได้จัดกิจกรรมห้องสมุดเคลื่อนที่ไปตามชุมชน หมู่บ้าน ในการจัดกิจกรรมดังกล่าวจะมีการนำรถโมบายส่งเสริมการอ่านไปจอดให้บริการ มีการดึงดูดนักอ่านด้วยกิจกรรมฝึกทักษะอาชีพรอบรถโมบายกับครูกศน. มีการสมัครสมาชิกห้องสมุดฟรี มีการนำเกมฝึกทักษะความรู้ไปจัดให้กับเด็กๆ เป็นประจำทุกสัปดาห์ และเพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ห่างไกลห้องสมุดมีการจัดตั้งมุมหนังสือน่าอ่านในร้านค้า, มุมหนังสือในสถานที่ท่องเที่ยว, มุมหนังสือน่าอ่านที่บ้านครู กศน.ตำบล, มุมส่งเสริมการอ่านในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และบ้านหนังสืออัจฉริยะประจำหมู่บ้านขึ้น และนางสาวนงเยาว์  ทับเที่ยงกล่าวทิ้งท้ายว่า การที่ห้องสมุดประชาชนอำเภอกันตัง ได้จัดส่งเสริมการอ่านและสร้างเครือข่ายการอ่านด้วยมุมต่างๆนั้น ได้ก็เพราะมีประชาชนที่รักการอ่านอาสามาเป็น อาสาสมัครรักการอ่าน 92 คน ครอบคลุมทุกชุมชน ทำหน้าในการนำหนังสือไปให้บริการถึงประตูบ้านเพื่อให้ประชาชน กลุ่มเป้าหมายที่อยู่ห่างไกลได้ใช้บริการอย่างทั่วถึง  และนำหนังสือ สื่อสิ่งพิมพ์ ไปหมุนเวียนในมุมส่งเสริมการอ่าน และร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านกับห้องสมุดประชาชนอำเภอกันตังอย่างต่อเนื่อง

รางวัลที่ห้องสมุดประชาชนอำเภอกันตังได้รับมานั้น เป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของพี่น้องคนกันตังทุกคน


 

เปิดโลกกว้างของผู้พิการ ด้วยการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ

เปิดโลกกว้างของผู้พิการ  ด้วยการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ

อ.นพรัตน์  โชติเกษมกุล สำนักงาน  กศน.จังหวัดตรัง

“กศน.นาโยง สร้างโอกาสทางการศึกษาพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อการมีอาชีพที่ยั่งยืน”

ตามที่ สำนักงาน กศน. ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อการจัดการศึกษาสำหรับผู้พิการ เมื่อ พ.ศ. 2553 เป็นต้นมา กศน.อำเภอนาโยง โดยนางนภา  จิโรภาส ผู้อำนวยการ ได้ให้รับสมัครครูสำหรับสอนผู้พิการเพื่อจัดกระบวนการเรียนการสอนให้กับผู้พิการ ซึ่งครูสอนผู้พิการได้ลงพื้นที่สำรวจผู้พิการพร้อมกับการขอรับการสนับสนุนกับทางองค์การบริการส่วนตำบล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และที่ว่าการอำเภอ เพื่อนำข้อมูลจากการสำรวจมาคัดกรองแยกประเภทความพิการ โดยส่วนมากแล้วจะพบว่าอำเภอนาโยงมีบุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา, บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย หรือการเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ , บุคคลที่มีความบกพร่องทางการพูด และภาษา และ บุคคลที่มีปัญหาทางพฤติกรรม หรืออารมณ์ ตามลำดับ เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนสำหรับผู้พิการเป็นไปตามเป้าหมาย ครูจะต้องมีการ กำหนดเป้าหมาย 1 ปี  ต้องจัดทำรายงานผลปีละ 2 ครั้ง  ต้องทำบันทึกข้อตกลงกับผู้ปกครองเพื่อร่วมกันจัดการศึกษาที่บ้านกึ่ง  Home  School   จัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (Individualized Education Program :IEP)    จัดทำแฟ้มประวัติ และแฟ้มสะสมผลการเรียนของผู้เรียน

จากการจัดการศึกษาสำหรับผู้พิการของ กศน.อำเภอนาโยง ซึ่งผ่านมา 3 ปี 10 เดือน มีผู้พิการเข้ารับการศึกษาแล้ว จำนวน 45 คน มีครูสอนผู้พิการ จำนวน 4 คน ซึ่งทุกคนต้องเรียนรู้ พัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาตลอดเวลา และต้องทุ่มเทความตั้งใจในการสอนเป็นอย่างมา จากการสัมภาษณ์ นางกัญญา  สังฆ์รักษ์ ครูสอนผู้พิการ ก็ทราบว่าก่อนที่เธอจะมาเป็นครูสอนผู้พิการเธอเคยเป็นครูสอนในโรงเรียนเอกชนชื่อดังในตัวเมืองตรังมาก่อน เธอกล่าวว่าการเป็นครูสอนผู้พิการนอกจากจะจัดการสอนขึ้นพื้นฐาน การอ่าน การเขียน การพูด แล้ว สิ่งที่ต้องเน้นสอนให้กับผู้พิการคือการสอนการทักษะชีวิต ไม่ว่าการแปรงฟัน การสวมรองเท้า การทำความสะอาดร่างกาย การไหว้ และที่สำคัญสำหรับผู้พิการที่เป็นผู้หญิงที่เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ เธอก็สอนการใช้ผ้าอนามัย  ซึ่งเธอบอกว่าต้องใช้ความรัก ความกัลยาณมิตร ในการสอน และที่ผู้ปกครองคาดหวังจากการจัดการเรียนการสอนของครู คือ การที่ผู้พิการสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ สามารถช่วยงานบ้านเล็กๆได้ แต่ครูสารมารถสอนได้มากกว่าที่ผู้ปกครองคาดหวัง เพราะผู้พิการจำนวน 15 คน สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้  เช่น  นางสาวอรอุมา  บุญลือเลิศ ผู้พิการที่บกพร่องทางการพูด  และการได้ยิน ซึ่งเธอได้มาทำงานที่กลุ่มผลิตเครื่องแกง ของคุณอรุณ  ทวนดำ  กว่า 2 ปี แล้วเธอมีเงินพอที่จะเลี้ยงย่าทวด และส่งน้องเรียนระดับประถมศึกษาได้อย่างสบายๆ อีกทั้งมีเงินเก็บที่ฝากธนาคาร  และนางสาวสิรินทิพย์  ชูทอง ผู้พิการที่บกพร่องทางการพูด เธอสื่อการว่าจากการที่เธอรับการศึกษาจาก กศน.นาโยง เธอได้สร้างอาชีพด้วยการเปิดร้านเสริมสวยตามความฝันของเธอได้สำเร็จ และกลุ่มผู้พิการทางสติปัญญาได้รวมกลุ่มกันเพาะกล้าพันธุ์พืช เพื่อการจำหน่าย

นางนภา  จิโรภาส ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอนาโยง กล่าวว่า กศน.อำเภอนาโยง ซึ่งเป็นสถานศึกษาพอเพียง มุ่งเน้นการจัดการสอนให้ผู้เรียนมีความรู้ มีคุณธรรม ดำรงตนอย่างพอเพียง ซึ่งการจัดการสอนสำหรับผู้พิการก็เช่นกัน นอกจากการสอนที่ให้ผู้พิการมีความรู้ การอ่านออกเขียนได้แล้ว ต้องเน้นการประกอบอาชีพ ที่สามารถพึ่งตนเองและอยู่อย่างพอเพียง เช่นกัน